108TRIPS (ร้อยแปดทริปส์)
ร่วมแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวไปกับร้อยแปดทริปส์

Kobsoft
Camera: Nikon D7000
LEVEL
16
FAME
87


พิพิธภัณฑ์ริบรี่ส์ Ripley's Believe It or Not!

16,747 ผู้ชม

พิพิธภัณฑ์ริบรี่ส์ Ripley's Believe It or Not!

วันนี้ผมขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ Ripley!s Believe It or Not! ที่ Royal Garden Plaza Pattaya ครับ สถานที่แห่งนี้ผมจำได้ว่าเคยเข้าครั้งแรกเมื่อสมัยเรียนอยู่ ป.6 (เมื่อประมาณ 12 ปีก่อน) ปัจจุบันเรียนจบแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าห่างเหินทั้งๆ ที่ก็อยู่ใกล้บ้าน วันนี้เลยถือโอกาสซื้อตั๋วเข้าไปชมสักหน่อย



พิพิธภัณฑ์ Ripley!s Believe It or Not! เป็นสถานที่สำหรับรวมเรื่องราวแปลกๆ ที่สุดของโลกไว้มากมาย ที่ด้านหลังห้างสรรพสินค้ารอยัลการ์เด้นพลาซ่า หลายคนคงสงสัยว่าใครขับเครื่องบินสีแดงไปชนห้าง?



แท้จริงแล้วเครื่องบินลำนี้เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ริบรี่ส์ที่สร้างความสนใจให้แก่ทุกคนที่พบเห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรก จนอดใจไม่ได้ที่จะอยากเข้าไปชม ผมเองก็คนหนึ่งที่ยอมควักกระเป๋าซื้อค่าตั๋วมาด้วยราคา 380 บาท (อันที่จริงแล้วเราสามารถเหมาะซื้อตั๋วสำหรับเครื่องเล่นทุกอย่างของ Ripley!s ได้ในราคา 8 ร้อยกว่าบาท/คน มีบ้านผีสิง, รถไฟผีสิงค์, พิพิธภัณฑ์ของแปลก, พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผิ้ง และ โรงภาพยนต์ 4D) แต่โดยส่วนตัวแล้วผมจะเข้าไปถ่ายรูป ซึ่งคงไม่ดีนักหากพกกล้องเข้าบ้านผีสิง -_-" ผมก็เลยซื้อบัตรเฉพาะพิพิธภัณฑ์ของแปลกอย่างเดียวดีกว่า

จากจุดจำหน่ายตั๋วเมื่อเดินเข้าไปเราก็จะพบกับหัวเครื่องบินสีแดงครับ สังเกตุที่ภาพถ่ายผมจะมีขาห้อยอยู่ จริงๆ ผมเอาว่าไอนี่คงเป็นนักบินที่รู้ตัวว่าจะบินมาชนตึก มันเลยโดดร่มหนีก่อนซึ่งไปค้างติดอยู่กับกิ่งไม้ด้านบนใกล้ๆ กับเครื่องบินลำนี้ ผมไม่ได้สนใจจุดนี้มากนัก เนื่องจากก่อนซื้อบัตรก็เห็นอยู่สักพักหนึ่งแล้ว จึงตัดสินใจเดินเข้าไปยังด้านในเลยดีกว่า







โซนแรกจะเป็นพวก ของโบราณเก่าแก่ พวกเครื่องปั้นดินเผา เจกัน หนังสือเก่า ฟาโรห์ รูปปั้นแกะสลัก ที่วางอยู่ตามตู้ในมุมต่างๆ จัดห้องได้ดูเก๋ไก๋คลาสสิคดี



หันไปทางซ้ายผมชอบชายคนนี้ครับ เขาจะทักทายกับนักท่องเที่ยวเมื่อเราเดินเข้ามายังโซนแรก เราจะมองเห็นโคมไฟและห้องที่มีลักษณะเหมือนห้องทำงาน พร้อมกับการพูดคุยของชายดังกล่าว ถ้าผมจำไม่ผิด ชายคนนี้คือ โรเบิร์ต ริบรี่ (Robert Ripley) สิ่งที่น่าทึ่งก็คือภาพชายคนนี้เป็นภาพ 3 มิติที่นั่งอยู่ในฉากจริงครับ และเขายังสามารถปิดโคมไฟด้านซ้ายได้ด้วยล่ะ





เมื่อเข้าไปยังโซนถัดไปก็จะเจอกับพวกสิ่งลวงตา ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียนหรือวัตถุต่างๆ ผมเองให้ความสนใจกับปุ่มที่จะหมุนภาพด้านบนนี้ ซึ่งมีหลายภาพ เขาบอกว่าให้จ้องภาพหมุนๆ นี้ 30 วินาที จากนั้นให้หันหน้าไปมองรูปปั้นชายที่ถูกโซ่ตรวนคล้องคอ เราจะเห็นว่าชายคนนี้พยักหน้าให้เราได้ ผมลองดูแล้วถึงกับเหวอนิดๆ ครับ

หลักการมีอยู่ว่าเมื่อเราจ้องภาพนี้วนๆ แล้วสายตาเราจะวนๆ ขึ้นลง ขึ้นลง ไปเรื่อยๆ ติดต่อกันตามภาพ เมื่อจ้องนานๆ กล้ามเนื้อประสาทตาเราจะขึ้นลง ขึ้นลง อัตโนมัติจนชิน และเมื่อเราหันหน้าไปมองชายคนที่ถูกโซ่ตรวน กล้ามเนื้อตาเราก็ยังคงทำงานต่อเรื่อยๆ เนื่องจากสายตาต้องใช้เวลาสักพักในการปรับระดับการมอง เราจึงเห็นชายคนนี้พยักหน้าให้กับเราได้นั่นเอง



โซนถัดไปจะเป็น เรื่องความแปลกของมนุษย์ ครับ เช่น คนที่สูงที่สุดในโลก คนที่ตัวเล็กที่สุด คนที่อ้วนที่สุด คนที่กินเก่งที่สุด คนมีเขา และอื่นๆ อีกมากมาย



จากนั้นเราก็จะข้ามสะพานจากชั้น 2 ไปยังอีกฝั่งหนึ่งครับ ณ จุดนี้ถือว่าเราเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว



โซนนี้จะเป็น อารยธรรมของชนเผ่าต่างๆ ของพวกคนป่าและอื่นๆ เราจะได้เห็นเครื่องประกับ ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงอาวุธที่มนุษย์ใช้สำหรับการต่อสู้ โซนนี้หลายคนก็กลัวๆ ครับ เพราะว่ามีแต่ของแนวเถื่อน (แต่ผมชอบนะ ศิลป์ดี)



โซนถัดมานั้นจะแนะนำให้เราได้รู้จักกับ เครื่องทรมานชนิดต่างๆ ครับ แต่ละแบบนั้นโหดร้ายป่าเถื่อนที่สุด อย่างในรูปนี้เป็นเครื่องสำหรับดึงแขนดึงขาเพื่อบีบความลับของนักโทษครับ โดยจะมีเชือกมัดข้อมือและข้อเท้า จากนั้นจะหมุนพวงมาลัยเพื่อขันให้เชือกแน่นและดึงมือกับเท้าแยกออกจากกัน นิยมใช้ในกลุ่มโจรสลัดครับ



หลังจากนั้นเราก็จะพบกับศิลปะอันน่าทึ่ง การต่อเรือ Titanic ด้วยไม้ชิ้นเล็กๆ งานชิ้นนี้ผมชอบครับ ผมลองสังเกตุชิ้นไม้ดูผมเดาได้เลยว่าคนสร้างนี้กว่าจะต่อเป็นรูปเรือลำใหญ่ขนาดประมาณ 4 เมตรนี้ได้คงใช้เวลาเป็นปีแน่ ต้องยกนิ้วให้กับความอดทนเลย





เมื่อเดินต่อมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับเคาเตอร์บาร์ที่ตกแต่งผนังด้วยกระป๋องเครื่องดื่มยี่ห้อต่างๆ ห้องนี้จัดว่าเป็นห้องที่ผมชอบมากที่สุดครับ Art สุดๆ ไปเลย ผมว่าถ้าใครมีร้านเหล้าหรือร้านเครื่องดื่มนี่เอาไอเดีย Mini Bar ทรงนี้ไปแต่งได้เลยนะ เกิดแน่นอน

ถัดจากห้องนี้ไปก็จะเป็นทางลงไปชมปลาฉลามตัวใหญ่ที่สุด และสรรพคุณความน่าสะพรึงกลัวของมัน ต่อด้วยทางออกที่เป็นอุโมงหมุนปิดท้ายสร้างสีสันได้แปลกตาไม่น้อย

ทั้งหมดนี้ผมแค่นำ Highlight บางส่วนมาให้ชมเท่านั้น อันที่จริงแล้ว พิพิธภัณฑ์ริบรี่ส์ Ripley!s Believe It or Not! มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายสำหรับนักสำรวจที่ชอบอะไรแปลกๆ น่าตื่นตา ที่นี่คุณสามารถเดินอยู่ด้านในได้นานเท่าใดก็ได้ แต่ผมขอแนะนำว่าก่อนซื้อบัตรเข้าให้ทานข้าวและเข้าห้องน้ำกันให้เรียบร้อยก่อน เพราะหากปวดฉี่ขึ้นมาแล้วเดินออกจากพิพิธภัณฑ์นี่จะไม่สามารถกลับเข้ามาได้แล้วนะครับ T_T ค่าบัตร 380 บาท จะมลายหายไปทันที

โดยรวมแล้วสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ผมให้คะแนน 4 ดาวครับ หลายๆ อย่างทำออกมาได้ดี เสียอย่างเดียวค่าบัตรแพงไปหน่อย (จริงๆ แพงไปเยอะเลยล่ะ) ถ้าหากคิดจะเที่ยวจริงๆ แนะนำว่าซื้อบัตรแบบเหมาเล่นครบทุกอย่างของ Ripley!s ดีกว่าครับ 8 ร้อยกว่าบาทเล่นได้ 5 อย่างแน่ะ ... ถ้าเล่นอย่างเดียว 380 บาท นี่ขนหน้าแข้งร่วงหมดแน่นอน

Kobsoft
31 มี.ค. 2555
0

ความเห็นจากเพื่อนสมาชิก
Adweerter Ad
Adweerter Ad เผื่อไคสนจัยนะคะ .. ซื้อตั๋วมาแต่คงไม่ได้ไปแร้ว เรยอยากขายต่อคะ .. รวม 3เครื่องเล่น 490 บาท (ปกติราคา 1170 บาท) เลือกเล่นได้จาทั้งหมด หมดเขต 31 สิงหาคม 2556

http://www.pantipmarket.com/items/13269110
ราคาถูกที่สุดแร้วคะ ^^ 088-6418124
17 ก.พ. 2556


แสดงความเห็น

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อโพสต์ความคิดเห็น